ระบบการผลิตมะเขือเทศเชอรี่คุณภาพสูงเชิงพาณิชย์ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้โครงการวิจัยปั้นดาว พ.ศ. 2564
“พัฒนาชุดเทคโนโลยีการจัดการปัจจัยการผลิตอย่างแม่นยำเพื่อยกระดับผลผลิตและคุณภาพของมะเขือเทศเชอรี่ ระบบปีลูกในโรงเรือนเขตร้อน”
มะเขือเทศเชอรี่ CH 154
มะเขือเทศเชอรี่ CH 154 พัฒนาพันธุ์มาจากมะเขื่อเทศเชอรี่ ที่มีขนาดผลเล็กจิ๋วไม่เกิน 15 กรัม รสชาติหวานรับประทานผลสดเป็นผลไม้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน นำสายพันธุ์จากศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักแห่งเอเซีย (AVRDC-The World Vegetable Center) ไต้หวัน มาปลูกทดสอบผลผลิตในปี พ.ศ.2537-2539 เปรียบเทียบการเจริญเติบโต และลักษณะผล ทั้งด้านรูปร่างผลภายนอก และคุณภาพผลภายใน รสชาติ กลิ่น ความกรอบ ความเหนียวของเปลือก รวมทั้ง ปริมาณเมล็ดในผล นอกจากนี้ยังจัดให้มีการชิมและประเมินผลความชอบ แล้วคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีแนวโน้มเป็นพันธุ์การค้าได้ นำไปทดสอบตลาดโดยปลูกเดือนละ 1.2 ไร่ จำนวน 3 ครั้ง เพื่อให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง 3-4 เดือน และต่อมาในปี พ.ศ.2540 จึงได้ปล่อยพันธุ์มะเขือเทศ สู่เกษตรกรในชื่อ “เชอรี่ 154”




มะเขือเทศเชอรี่ CH 154 รูปร่างผลยาวรี เมื่อผลสุกมีสีแดงรสชาติหวาน ถ้าอากาศร้อนผลออกสีส้มและรสชาติหวานลดลงได้รับการตอบรับค่อนข้างดีในกลุ่มตลาดระดับซุปเปอร์มาเก็ต ส่วนตลาดท้องถิ่นยังรับได้น้อย เนื่องจากผู้บริโภคชาวไทยไม่นิยมรับประทานมะเขือเทศเป็นสลัดผัก พื้นที่ปลูกมะเขือเทศเชอรี่ CH 154 อยู่ในภาคกลาง เช่น จังหวัดราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี คิดเป็นประมาณ 1,000 ไร่ ต่อปี
ซึ่งลักษณะเด่นของพันธุ์นี้ คือ ลักษณะผลกลมรี รสชาติเข้มข้น มีเมล็ดน้อย ง่ายต่อการกิน ผลผลิตสูงมาก มีการเจริญเติบโตแบบกึ่งเลื้อย ความสูงของต้น ประมาณ 100 – 150 ซม. มีกิ่งแขนง 6 – 10 แขนง อายุดอกบานประมาณ 40 – 45 วัน หลังจากหยอดเมล็ด ช่อดอกเกิดบนลำต้นเกือบทุกข้อ แต่ละช่อดอกมีดอกย่อย 8 – 15 ดอก ในฤดูหนาวสามารถติดผลได้มากกว่า 80 % ทำให้มีผลมากกว่า 300 ผลต่อต้น ผลผลิตประมาณ 4 – 5 ตัน ต่อไร่ รูปร่างผล ยาวรี รสหวาน เนื้อแน่น มีเมล็ดน้อย ส่วนใหญ่ไม่มีเมล็ด ผลเริ่มสุกแดงประมาณ 50 วัน หลังจากย้ายปลูกหรือประมาณ 70 – 75 วันหลังจากหยอดเมล็ด แทบจะไม่มีเมล็ดในฤดูร้อนเลย
การเก็บเกี่ยวควรรอให้ผลสุกแดงจนสีผลเป็นสีเข้ม จะมีรสชาติหวานกว่าผลที่เพิ่งเริ่มสุก เมื่อผลสุกแล้วสามารถปล่อยทิ้งไว้บนต้นได้นานถึง 20 วัน โดยผลไม่เน่าเละ ซึ่งเป็นข้อดีที่สามารถชะลอการเก็บเกี่ยวผลผลิตออกไปได้ระยะหนึ่ง
ยกระดับผลผลิตมะเขือเทศเชอรี่ 154 ในโรงเรือน ได้มากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับระบบการผลิตเดิมของเกษตรกร
ดำเนินการถ่ายทอดวิธีการและข้อมูลเชิงปฏิบัติการ (เทคนิค) ในการจัดการปัจจัยการผลิตที่ตรงตามความต้องการของมะเขือเทศเชอรี่ซึ่งได้ผ่านการสอบทานในโรงเรือนทดลองและโรงเรือนของเกษตรกร/ภาคผลิตเอกชน ได้แก่ เทคโนโลยีการจัดการสภาพอากาศภายในโรงเรือน การจัดการธาตุอาหาร การจัดการน้ำ ที่ตรงตามความต้องการใช้ในแต่ละระยะการเติบโตและสร้างผลผลิตของต้นมะเขอเทศเชอรี่ ที่สามารถใช้งานและเพิ่มระดับผลผลิต/คุณภาพผลได้จริง เพื่อให้เกษตรสามารถสร้างอาชีพด้วยผลผลิตคุณภาพอย่างยั่งยืน
- ยกระดับผลผลิตได้มากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับระบบการผลิตแบบเดิม
- อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) 92%
- สามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 1 ปี 1 เดือน (ไม่รวมค่าก่อสร้างโรงเรือน)
ตลับมั่งมี: มก. ส่งมอบวิทยาการ เพิ่มความสามารถเกษตรกรรมไทยตลับมั่งมี
- 29.06.2026
วีดิทัศน์ของศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่เผยแพร่ทาง YouTube ช่อง CAB KU Channel 154 ตอน รับชมแล้วกว่า 7 ล้านครั้ง
- 29.06.2026
การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อยกระดับผลผลิตปาล์มน้ำมันในเขตภาคใต้
- 29.06.2026
โครงการการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเชิงบูรณาการจากไม้ผล / ประมง / ปศุสัตว์: ทางเลือกใหม่ให้เกษตรกรสวนยางพาราในเขตพื้นที่ริมแม่น้ำโขง
- 28.06.2026
หยุดนโยบายขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในภาคอีสานจำนวน 5 แสนไร่ ลดความเสียหาย ไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท
- 28.06.2026

