RESEARCH

หยุดนโยบายขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในภาคอีสานจำนวน 5 แสนไร่ ลดความเสียหาย ไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท 

28.06.2026
อ้างอิงผู้จัดทำ: สุนทรี ยิ่งชัชวาลย์. (2548). สภาพอากาศของภาคอีสานเหมาะหรือไม่สำหรับการปลูกปาล์มน้ำมัน. เคหการเกษตร, 29(7), 199-202. http://www.kehakaset.com

ปัจจัยการผลิตปาล์มน้ำมันและประเด็นพิจารณาความเสี่ยงในการปลูกพื้นที่ภาคอีสาน

“ปาล์มน้ำมัน” เป็นพืชที่ทนและขึ้นได้ในหลายพื้นที่ แต่การสร้างทะลายที่เป็นภาระหนักของต้นไม่เพียงต้องการสภาพอากาศที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูงพอให้ตาดอกพัฒนาเป็นดอกตัวเมีย และให้ดอกตัวเมียที่พัฒนามาไม่ฝอ ต้นปาล์มยังต้องใช้น้ำและอาหารสะสมเพื่อเลี้ยงทะลาย การกระจายของฝนต้องมีทุกเดือนเพื่อช่วยสร้างความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศในทรงพุ่ม น้ำจึงเป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อการสร้างผลผลิตของปาล์มน้ำมันที่สุด การปลูกในพื้นที่ภาคอีสานเป็นการเสี่ยงและไม่คุ้มการลงทุน เนื่องจากการปลูกปาล์มต้องการปัจจัยการผลิตสูง ทั้งต้นกล้าราคาสูง การใส่ปุ๋ยตามกำลังผลิตของต้น และการลงทุนระบบน้ำ

การยุติหรือชะลอนโยบายขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถือเป็นการตัดสินใจที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางสรีรวิทยาของพืชและสภาพภูมิอากาศในพื้นที่อย่างยิ่ง เนื่องจากการเพาะปลูกในสภาวะที่ไม่เหมาะสมจะนำไปสู่ความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล โดยมีประเด็นพิจารณาที่สนับสนุนการหยุดนโยบายดังกล่าว ดังนี้

1. ข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำและความชื้นสัมพัทธ์ที่รุนแรง ปาล์มน้ำมันต้องการการกระจายตัวของฝนในทุกเดือนเพื่อรักษาระดับความชื้นสัมพัทธ์ในทรงพุ่มให้สูงเพียงพอต่อการพัฒนาของตาดอก แต่ข้อมูลเชิงประจักษ์พบว่า เขตภาคอีสานมีจำนวนวันที่ดินขาดความชื้น (พืชไม่สามารถดูดน้ำจากดินได้) ยาวนานถึง 140 วัน หรือ 4.6 เดือนต่อปี ซึ่งระยะเวลาที่แห้งแล้งยาวนานนี้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อปาล์มน้ำมันที่เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ต้นปาล์มจะป้องกันการสูญเสียน้ำด้วยการปิดปากใบ ทำให้ไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ และต้องดึงอาหารสะสมในลำต้นมาใช้เพื่อการดำรงชีพ ส่งผลให้เป็นการลดอาหารที่จะถูกส่งไปเลี้ยงทะลายผลผลิต การขยายพื้นที่ปลูกจำนวนมหาศาลในเขตที่ขาดแคลนน้ำจึงเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมาก

2. ความสูญเสียจากสภาพอากาศที่ทำให้ตาดอกฝ่อและผลผลิตตกต่ำ ปากใบของปาล์มน้ำมันมีความไวต่อสภาพอากาศอย่างมาก โดยจะเริ่มปิดแคบลงเมื่อแรงดึงคายน้ำ (leaf to air vapor pressure deficit) สูงกว่า 2 กิโลพาสคาล หรือเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 33 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ลดต่ำกว่าร้อยละ 60 สภาพอากาศในภาคอีสานโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีความชื้นสัมพัทธ์ตกต่ำลงเหลือเพียงร้อยละ 20-30 สภาพอากาศที่แห้งแล้งรุนแรงนี้จะส่งผลให้ตาดอกพัฒนาเป็นดอกตัวผู้ หรือทำให้ตาดอกตัวเมียฝ่อหายไป แม้จะมีการติดทะลาย ทะลายก็มักจะแห้งคาต้น หรือมีมวลน้อยเพราะขาดอาหารสะสม ทำให้ยากต่อการพัฒนาผลผลิตให้ได้มาตรฐานในเชิงพาณิชย์

3. ภาระต้นทุนการจัดการที่สูงเกินกว่าจุดคุ้มทุน การเพาะปลูกปาล์มในพื้นที่ภาคอีสานถูกระบุว่าเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า เพราะมีความต้องการปัจจัยการผลิตที่สูงกว่าพืชชนิดอื่น ทั้งต้นกล้าพันธุ์ที่มีราคาสูง การจัดการปุ๋ย และภาระการลงทุนระบบชลประทาน ในช่วงที่พืชต้องการน้ำสูงสุด ต้นปาล์มอาจใช้น้ำถึง 300 ลิตรต่อต้นต่อวัน แม้จะมีการบริหารจัดการระบบน้ำหยด (ประมาณ 100 ลิตรต่อต้นต่อวัน) แต่หากไม่มีการใส่ปุ๋ยบำรุงต้นอย่างเพียงพอ การให้น้ำจะช่วยเพิ่มผลผลิตได้เพียงร้อยละ 10 เท่านั้น การดำเนินนโยบายขยายพื้นที่ปลูกถึง 5 แสนไร่ จะทำให้เกษตรกรหรือภาครัฐต้องแบกรับภาระต้นทุนด้านระบบน้ำและธาตุอาหารที่มหาศาล เพื่อชดเชยข้อจำกัดทางสภาพแวดล้อม

ดังนั้น การยุติการส่งเสริมพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในเขตภาคอีสาน จึงเป็นการป้องกันความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศและนิเวศวิทยาของพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการสร้างผลผลิตและไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนนั่นเอง

07.04.14

ตลับมั่งมี: มก. ส่งมอบวิทยาการ เพิ่มความสามารถเกษตรกรรมไทยตลับมั่งมี

ภาพถ่ายหน้าจอ 2569-06-29 เวลา 06.58.26

วีดิทัศน์ของศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่เผยแพร่ทาง YouTube ช่อง CAB KU Channel 154 ตอน รับชมแล้วกว่า 7 ล้านครั้ง

รูปปี 25436

การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อยกระดับผลผลิตปาล์มน้ำมันในเขตภาคใต้

2569-06-29

การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพมังคุดพรีเมียม

ภาพถ่ายหน้าจอ 2569-06-28 เวลา 06.14.09

โครงการการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเชิงบูรณาการจากไม้ผล / ประมง / ปศุสัตว์: ทางเลือกใหม่ให้เกษตรกรสวนยางพาราในเขตพื้นที่ริมแม่น้ำโขง

pic4

การพัฒนาวิธีการตรวจหาเชื้อ Pantoea stewartia subsp. stewartia

Scroll to Top